เกาะช้าง ในวันเหงา ๆ ๆ ๆ
posted on 14 Feb 2011 09:25 by lovely-memorable

edit @ 14 Feb 2011 09:42:54 by memorable


edit @ 14 Feb 2011 09:42:54 by memorable
นานแล้วนะ ที่ไม่ได้เขียน blog จนจำไม่ได้ว่าเค้า up กันยังไงฟระ
ไม่รู้ว่าใครคิดค่ะ อยากคาระวะจริง ๆ น่ารักมาก 
เนื่องจากช่วงนี้ หลวงพ่อคูณท่านอาพาธ งดรับกิจนิมนต์ กลัวหลาย ๆ คนจะคิดถึง 555
แม้จะดูฮาเฮซะขนาดนี้ แต่จริง ๆ ก็แฝงข้อคิดดี ๆ เกี่ยวกับความเชื่องมงายอยู่บ้างเนอะ
เพื่อน ๆ อ่านแล้วตีความว่ายังไงกันบ้างล่ะ
edit @ 27 Aug 2009 08:36:57 by memorable
เมื่อเช้าลงรถที่แยกตลาดเอี่ยม
อากาศเย็นสบาย อารมณ์ดีสุด ๆ
เหลือบ ไปเห็นขนมปังปิ้ง ร้อน ๆ
ที่ปกติเคยผ่านมันไปได้
แต่เมื่อเช้า เราเห็นมันกวักมือเรียก
เฮ้อ
เผลอกินไป 2 แผ่น
เนย ๆๆๆๆ
น้ำตาล ๆๆๆๆๆ
ขอโทษนะ วันหลังจะไม่ทำอีกแล้ว
ผู้ชายคนนี้เป็นคนสอนอะไรหลาย ๆ อย่างให้ชั้น ตั้งแต่เริ่มเรียนรู้ชีวิตการทำงานใหม่ ๆ
เค้าเป็นคนสมาร์ท ตัวสูง ดูดี
ก็ไม่ได้ถึงกับหล่ออะไรมากมาย
แต่สิ่งที่ทำให้ชั้นประทับใจคือ
เค้าเป็นคนที่ให้แนวคิดในการทำงาน เค้าสอนให้ชั้นมีทัศนคติที่ดี ๆ ในการทำงาน
เค้าใจดี ชอบเลี้ยงลูกน้อง สปอร์ต ใช้เงินเกินตัว และพยายามอ้างเหตุผลที่ไม่แต่งงาน
เวลาที่น้อง ๆ เซ้าซี้ถามเสมอ ว่า
พี่ไม่ยอมทำลายชีวิตตัวเองแบบนั้นเป็นอันขาด
แม้ชั้นกับเค้าจะเปลี่ยนสถานะ จากหัวหน้ากับลูกน้อง กลายมาเป็น พี่ชายที่ชั้นแอบจิกกัด
ด้วยความเคารพ
ฮั่นแน่ อย่านึกนะว่าจะมาชื่นชมอะไรกันนักหนา
สิ่งที่ชั้นรับไม่ได้ในตัวเค้าก็คือ เป็นอีตาขี้เมา ดื่มได้ทุกวี่ทุกวัน ถ้าไม่มีงานด่วนตอนเช้า
จะเห็นเค้าเดินเข้าออฟฟิศตอนสาย ๆ พร้อมแวะมาขอกาแฟ ด่วน ๆ ๆ ๆ
เค้าเป็นเจ้านายคนแรก และคนเดียวที่ชั้นชงกาแฟให้ ยกให้คนเดียวเลยเนี่ย
กาแฟของเค้าคนเนี้ย
กาแฟ 3 ช้อนพูน ใส่น้ำร้อน คนให้เข้ากัน
จบ
มี mail นึง ชั้นได้รับมา แล้วก็คิดถึงผู้ชายคนนี้ที่สุด
ขอบคุณ forward mail ดี ๆ ที่ใด้ปลอบใจตัวเองค่ะ
งานแสนหนัก……..
ทางแสนไกล ......ใครต่อใคร........ทะยอยกันแซงหน้าเราไป………….
เหนื่อยเหลือเกิน .... กับภาระบนบ่า มีทางจะลดภาระลงบ้างหรือไม่
ตัดสินใจ.... ลดภาระที่แบกอยู่
เบา... สบายกว่าเดิมมากเลย

เพื่อให้เดินทางสะดวกขึ้น ลดลงอีกสักนิดดีกว่า .....

ขึ้นมาอยู่แถวหน้า ...... แซงคนอื่นได้สบาย ((อิอิอิ.....คนอื่นขาดไหวพริบ ไม่รู้จักลดภาระเหมือนคนฉลาดอย่างเรา))
อะไรกันนี่
ข้างหน้าเป็นทางขาด จะข้ามไปได้อย่างไร

เมื่อคนข้างหลัง ..... ที่แบกภาระเต็มที่ .... เดินมาถึง
จึงได้รู้ว่า....
ภาระที่เขาแบกไว้มาตลอดหนทางอันยาวไกล.... ที่แท้....คือสะพานที่ใช้ทอดไป ... เพื่อข้ามทางขาด

รีบใช้ของเราเอง .... จะได้ข้ามตามไปบ้าง...
แต่ ... ทำไมเป็นแบบนี้
ข้ามไปไม่ได้ เพราะใคร
เพราะตัวเอง .... ขาดความเพียร
ขาดความมานะ... ความพยายาม ขาดความมุ่งมั่น
ขาดความตั้งใจจริง
++++++++++++++++++++++++
ดังนั้น เราควรทำงานที่รับผิดชอบในปัจจุบันให้ดีที่สุด
อย่าคิดลดงานลง เพราะเห็นแก่ความสบาย
เพราะ ... งานคือสะพานสู่ความสำเร็จในภายหน้าของเราเอง
edit @ 24 Aug 2009 11:28:58 by memorable
edit @ 24 Aug 2009 11:34:45 by memorable
มันมาจาก forward mail ขอบคุณสำหรับต้นฉบับดี ๆ ที่ไม่รู้ใครเป็นคนทำ แต่ขอบอกว่า เราฮามาก
ขอบคุณค๊าบ ขอบคุณ
เรื่องของสองแม่ลูก 555 ฮามาก
จดหมายจากแม่
ถึง ลูกรัก
แม่จะเขียนจดหมายนี่ช้า ๆ นะ
เพราะแม่รู้ว่าแกน่ะอ่านหนังสือไม่ค่อยเร็ว
ตอนนี้พวกเราไม่ได้อยู่ที่บ้านเดิมแล้วนะ พ่อแกเขาอ่านหนังสือพิมพ์เจอ
เค้าบอกว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่จะเกิดในบ้าน 45 เปอเซนต์
(แม่ก็เขียนไม่ค่อยถูกนักนะ) ดังนั้นพวกเราจึงย้ายบ้าน รอบคอบดีไหมล่ะ
แต่แม่ส่งที่อยู่ใหม่ให้แกไม่ได้หรอกนะ
ไอ้คนเช่าคนก่อนมันเอาป้ายเลขที่บ้านไปด้วย
สงสัยมันคงจะเอาไปติดบ้านหลังใหม่พวกมัน
เออ...บ้านนี้มีเครื่องซักผ้าให้ด้วย
แต่เครื่องแบบนี้มันเสียอยู่อย่างเดียว
สงสัยถังมันรั่วน่ะลูก แม่ใส่น้ำทีไรก็ไม่เคยเต็มสักที
แม่เลยหันมาใช้กะละมังเหมือนเดิม
ที่นี่ฝนตกแค่อาทิตย์ละสองครั้งนะลูก สามวันครั้งกับสี่วันครั้ง อ้อ
เสื้อแจ๊คเกตที่แกอยากให้แม่ส่งไปให้น่ะ
กระดุมมันเป็นเหล็กนะลูก หนักมาก
เวลาส่งไปก็จะเสียตังค์เยอะ ดีที่ป้าแกเค้าฉลาด เค้าก็เลาะ
กระดุมออกหมด
ถ้าแกอยากใส่ก็เย็บกระดุมเอาเองนะ
แม่เอากระดุมใส่ถุงแนบมาพร้อมกับแจ๊คเก็ตแกแล้ว
เออ...น้องสาวแกเพิ่งคลอดลูกนะเช้านี่
แม่ยังไม่รู้ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง
ดังนั้นแม่เลยบอกไม่ได้ว่าแกจะได้เป็นป้าหรือลุง
ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว
แค่นี้นะ
รัก...จากแม่
ป.ล. เออ..แม่กะจะส่งเงินให้แกอยู่พอดี แต่แม่ดันปิดซองจดหมาย
แล้วน่ะสิ
ลืม...
เมื่อลูกได้รับจดหมายก้อตอบมาทันทีดังนี้
จดหมายตอบจากลูก
แม่คับ
ผมอ่านจดหมายแม่จบภายในเวลาที่แม่เขียนเลยคับ
แม่กะเวลาเขียนได้เยี่ยมจริง
ผมรู้สึกรักแม่อีกมากคับ
เรื่องบ้านเลขที่ แม่ไม่ต้องห่วงนะคับ ผมคิดให้แม่ใหม่แล้ว เป็น
741 นะคับ
พอดีวันนั้นผมดูหนัง แล้วเห็นบ้านเลขที่พระเอก เป็น 741 อ่ะคับ
พระเอกหล่อดี
เผื่อใช้แล้ว ผมจะหล่อเหมือนพระเอกนะคับ
จดหมายฉบับนี้ผมก้อเลยจ่าหน้าซองเป็น
741 เลยนะคับ หวังว่าแม่คงจะชอบ ถ้าน้องสาวคลอดลูกหญิง ก้อดี
ซินะคับ
ผมจะได้เป็นป้านะ ผมไม่อยากเป็นลุงหรอกคับ
เห็นไอ้พวกเพื่อนผมเป็นลุงกันหมดทุกคนเลย ผมไม่อยากเหมือน
มันเลยคับ
เนื่องจาก แม่ลืมส่งเงินมาให้ผม เพราะฉนั้นถือว่า แม่ติดผมโดยไม่รู้ตัว
ไม่เป็นรัยคับ ครั้งหน้าแม่ส่งเป็น 2 เท่านะคับ ...
ผมจะรอจดหมายจากแม่ด้วยใจจดจ่อคับ
ปล. จะเป็นการดี หากแม่ส่งจดหมายโดยไม่ปิดซองคับ ป้องกันการ
ลืมคับ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
edit @ 13 Aug 2009 09:16:37 by memorable
5 สิงหาคม
วันนี้ควรเป็นวันสำคัญไม่ใช่เหรอ
นั่งน้ำตาไหล ในรถตู้ สรุปเอาเองว่าคงบ้า
หูฟังเพลง แต่สมองไม่ได้ยินอะไร
ตั้งใจทำวันนี้ให้เป็นวันพิเศษ อย่างน้อยก็ให้ดีกว่า 30 ปีที่ผ่านมา
ทำอะไรเพื่อตัวเองดีน้า
ใส่บาตรดีมั๊ย เค้าบอกว่าใส่บาตรแล้วจะสบายใจ เป็นสิริมงคลกับตัวเอง
แต่ทำไมเราไม่รู้สึกอะไร อาจเป็นเพราะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร
ไม่ค่อยเชื่อถืออะไรมากนักกับพิธีกรรมพวกนี้
ใส่แล้วเฉย ๆ เหมือนดวงตาไม่เห็นธรรม
ตกลงไม่ทำดีกว่า
นึกไปนึกมา ขาดอะไรวะเนี่ยเรา ทำไมมันดูเศร้า ๆ
ครอบครัวก็อบอุ่นดีนี่นา
ปีนี้ซื้อของขวัญวันแม่ให้ล่วงหน้าไปตั้งหลายวันแล้ว เนื่องจากไม่ได้อยู่ด้วยกัน
คนรัก ก็มีแล้วนี่นา ได้รับ message ตั้งแต่เมื่อคืน ก็ ok ถือว่าจบ
ตั้งแต่ตัดสินใจเลื่อกคนที่รักเราที่สุด ตั้งแต่ตอนนั้นจนปัจจุบัน ก็เข้าใจมาตลอดว่าไม่ได้เลือกผิด
ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงตั้งวงดริ๊งกับเพื่อนสนิท 3 คน ฉลองกัน
โดยมีที่รักทำนั่นทำนี่ให้กิน กับเพื่อน ๆ เสร็จแล้วไปแดนซ์ต่อนิดหน่อย จบวันไป
โดยไม่รู้สึกว่าได้อะไรขึ้นมาเลย
ตกลงอยากได้อะไรกันแน่ ทำไมมันไม่มีความสุข
แล้วฉันจะไปหามันจากที่ไหนดี หรือจะปล่อยให้มันผ่านไปอย่างนี้ เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา
แค่เพราะ ใจเต้นแรง ไม่ได้หมายความว่า รัก
แค่เพราะ คิดถึง ไม่ได้หมายความว่า รัก
มีใครบอกได้ไหม ว่ารัก เริ่มจากตรงไหน
เพราะเขาคนนั้น ทำให้ใจคุณเป็นสุขหรือเปล่า
เพราะเขาคนนั้น คุณปวดใจและไร้เรี่ยวแรงหรือเปล่า
เพราะเขาคนนั้น คุณรู้สึกโดดเดี่ยวมากหรือเปล่า
นั่นแหล่ะ รักเริ่มขึ้นแล้ว
บางส่วนจาก O dal ja's spring ที่เราประทับใจ
ถามกันจังว่าตอนเย็น ๆ แกจะรีบกลับไปทำอะไร ขี้เกียจเดินห้าง ขี้เกียจไปนั่งกินข้าวกับเพื่อน
ก็ชั้นชอบอยู่บ้านง่ะ แล้วก็นะ มีนัดกับซีรีส์เกาหลี กองใหญ่โตเท่าภูเขา จนตอนนี้ต้องทำ index
สรุปว่าเรื่องใหนอยู่ที่ใคร ไอ้คนให้ยืมก็ลืมเหมือนกันว่ะ
ใครบอกว่าซีรีส์เกาหลี ญี่ปุ่น ไร้สาระ มีแต่ซาบซึ้งบ้าบอ แต่เราเถียงนะ
เค้าไม่รู้จักละครดี ๆ ที่เราจะเล่าให้ฟัง
Oh Dal ja's spring ( ชื่อไทยไม่รู้จะใช้ว่าอะไรดีอ่ะ )
สิ่งที่ได้จากตัวละครทุกตัวในเรื่อง เป็นกำลังใจให้กับชีวิตการทำงาน
ของ working woman ( สรุปเอาเอง) อย่างเราเป็นอย่างมาก
1. ดัลจาเป็นคนหัวโบราณเพราะครอบครัวเธอสอนมาดี ให้รักนวลสงวนตัว เธอจึงไม่เคยมีแฟนจนอายุ 32
2. ดัลจาทำงานเก่ง เธอมีน้ำใจและเข้าใจคนอื่นรอบตัวเธอเสมอ แม้ช่วงแรก ๆ เธอจะเงอะงะ
ซุ่มซ่ามไปบ้าง แต่เธอก็เรียนรู้ที่จะปรับตัวและเธอก้าวหน้าเป็นที่รักของทุกคนรอบตัว ( อันนี้เรา
ต้องเลียนแบบ ) 555
3. ดัลจาสอนให้เรามองคนอื่นในมุมมองใหม่ แม้ภายนอกที่เค้าแสดง เค้าจะทำให้เรารู้สึกแย่
หรือทำอะไรที่ใคร ๆ ดูว่าไม่ควร
แต่ทุกคนมีด้านที่เรามองไม่เห็นเสมอ ลึก ๆ เค้าอาจจะมีเหตุผลที่ไม่สามารถอธิบายได้
ฉะนั้น จงยอมรับที่จะเข้าใจในสิ่งที่คนอื่นเป็น แม้เราจะไม่เข้าใจเหตุผลก็ตาม งงป่ะ?
4. คนบางคนที่เค้าไม่เหมาะสมที่จะเป็นคนรักของเรา เค้าอาจจะมีมิตรภาพที่ดีในแบบอื่น ๆ ให้กับเรา
และกลายเป็นเพื่อนที่ดี ๆ ที่คอยให้เราพึ่งพาในเวลาที่เราต้องการ
5. คัง เทบง ( พระเอกจ้า ) ดูเฉยเมย ไม่ค่อยเป็นมิตร แต่จริง ๆ แล้ว เค้ามีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง
แล้วก็น่ารักม๊าก มาก
อันนี้เนื้อเรื่อง ย่อ ๆ ตัดมาจาก blog ของใครซักคน ขอโทษเจ้าของด้วยค่ะ ที่จำที่มาไม่ได้แล้ว
Oh Dal ja's spring เป็นซีรี่ย์เกาหลีที่เพิ่งดูจบค่ะ
เป็นเรื่องราวโรแมนติกคอมเมดีของ หญิงสาว สวย โสด อายุ 33 ปี working woman นามว่า โอดัลจา กับหนุ่มน้อยน่ารักอายุ 27 ปีชื่อ คังแทบง
โอดัลจา หญิงสาวที่หัวอนุรักษ์ เชื่อมั่นในรักแท้และรอคอยใครซักคนมาเติมเต็มหัวใจ โดยคิดว่าเนื้อคู่ที่แท้จริงกำลังจะมา แต่จนแล้วจนรอดก็ผ่านไปจนอายุ 33 ปีแล้ว ยังไม่เจอซะงั้น
แต่พอจะเจอกัน ก็มีเรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้น เมื่อมีผู้ชายเข้ามาในชีวิตพร้อมกันทีเดียวถึง 3 คน หนึ่งในนั้นคือพระเอกของเรา
คังแทบง ชายหนุ่มอายุ 27 ปี เป็น(อดีต)ทนายความ เรียนจบกฎหมายภายในเวลา 2 ปีด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง พ่อเป็นศาสตราจารย์ บ้านรวย หน้าตาน่ารัก นิสัยดี แต่จะนิ่งๆ ดูลึกลับนิดนึง น่าค้นหาทีเดียว เป็นคนตรงไปตรงมา ซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเอง ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็พูดออกมาเลยเหมือนกัน ชอบทำหน้านิ่งๆ มองตรงๆ สายตาเฉยๆ แต่ทำเอาเจ๊ดัลจาละลายได้ (เจ๊แป๋วละลายได้เหมือนกัน หุหุหุ)
จับพลัดจับผลูต้องมาอยู่บ้านเดียวกับ ดัลจา จากทีแรกแค่ตกลงจะเป็นแฟนปลอมๆเท่านั้น แต่สุดท้ายเมื่อได้สัมผัสกับความน่ารัก ไร้เดียงสาของ ดัลจา เข้า ความใกล้ชิดก็ก่อให้เกิดเป็นความรักได้ไม่ยาก
Dialogue ประจำตัวนางเอก โอดัลจา ที่ชอบพูดตอนจบในแต่ละตอนคือ “โอ้มายกอด ฉันอายุ 33 ปี.......” เช่น
“โอ้มายกอด...ฉันอายุ 33 ปี เพิ่งเคยเดทเป็นครั้งแรก”
“โอ้มายกอด...ฉันอายุ 33 ปี เพิ่งได้ดอกไม้จากชายหนุ่มเป็นครั้งแรก”
“โอ้มายกอด...ฉันอายุ 33 ปี เพิ่งเคยโดนผู้ชายกอดเป็นครั้งแรก”
ให้คะแนนเนื้อเรื่องและความสมเหตุสมผล 9/10 มีที่มาที่ไป ดำเนินเรื่องได้ดี สนุกสนาน มีเรื่องราวของความสัมพันธ์ของคนในที่ทำงานที่อยู่กันแบบน่ารัก คอยช่วยเหลือกันดี
เรื่องความรักกุ๊กกิ๊ก มีตัวเอกอยู่ 2 คู่
คู่พระเอก-นางเอก ดูแล้วจะอิจฉานางเอกเป็นอย่างยิ่ง เพราะคังแทบงเล่นทำให้นูน่า(คำที่ผู้ชายใช้เรียกผู้หญิงที่อายุมากกว่า)หวั่นไหวบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่ตรงไปตรงมาแต่จริงใจ ขโมยกอด หอมแก้ม และจุ๊บหน้าผากเจ้บ่อยๆ น่ารักมาก อิอิอิ
ส่วนอีกคู่ก็น่ารักใช่ย่อย เพราะผู้หญิงเป็นพิธีกรรายการ Handa Home shopping ส่วนผู้ชายเป็น producer รายการ ฝ่ายหญิงก็ สวย เริด เชิด หยิ่ง แต่แอบมีน้ำใจแบบหยิ่งๆน่ะแหละ น่ารักดี คอยช่วยเหลือนางเอก ดัลจา อยู่เสมอจนเป็นเพื่อนรักกัน ส่วนฝ่ายชายก็เพื่อนรัก ดัลจา เหมือนกัน เอาไว้คอยปรึกษาเรื่องแฟนของแต่ละคน
ดูเรื่องย่อเหมือนจะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ พล็อตธรรมดาๆนี่แหละ แต่ก็เป็นอีกเรื่องที่มีเสน่ห์ น่าดูทีเดียว
ดูได้เรื่อยๆแบบไม่ได้คลั่งไคล้เท่าที่ควร แต่ก็ตลกดีนะ มีหยอดมุขตลกอยู่เรื่อยๆ ฮาดี ใครชอบหนังแนวตลกสนุกสนานไม่ควรพลาดเรื่องนี้ค่ะ